วิกตอเรียส์ซีเคร็ต

วิกตอเรียส์ซีเคร็ต

หน้าสำหรับผู้แก้ไขที่ออกจากระบบ เรียนรู้เพิ่มเติม

วิกตอเรียส์ซีเคร็ต (อังกฤษ: Victoria's Secret) เป็นยี่ห้อของชุดชั้นในสตรีและผลิตภัณฑ์ด้านความงามชื่อดังของสหรัฐอเมริกา มีชื่อเสียงจากการจัดแฟชั่นโชว์และแค็ตตาล็อกประจำปี ซึ่งประกอบไปด้วยนางแบบชื่อดังในวงการ

วิกตอเรียส์ซีเคร็ตนั้นถูกก่อตั้งขึ้นโดย รอย เรย์มอนด์ นักธุรกิจชาวอเมริกัน เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ค.ศ. 1977[1] โดยวิกตอเรียส์ซีเคร็ตสาขาแรกได้ถือกำเนิดขึ้นที่ซานฟรานซิสโก, แคลิฟอร์เนีย ต้นเหตุของการก่อตั้งวิกตอเรียส์ซีเคร็ต มาจากความรู้สึกเขินอายของรอยที่ต้องตกเป็นเป้าสายตาเวลาที่เขาไปเลือกซื้อชุดชั้นในให้ภรรยาที่ห้างสรรพสินค้า นอกจากนั้นในช่วงปี 1970 ถึง 1981 ผู้หญิงอเมริกันในยุคนั้นจะชอบซื้อชุดชั้นในเป็นแพ็ค แพ็คละ3ชิ้นมาใส่ ซึ่งเป็นชุดชั้นในที่ไม่สวย เรียบ และดูล้าสมัย โดยชุดชั้นในที่มีลวดลายสวยงามหรือมีลูกไม้ จะเก็บเอาไว้ใส่ในเฉพาะโอกาสสำคัญหรือโอกาสพิเศษเช่นการไปฮันนีมูนเท่านั้น เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว รอยจึงได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับตลาดชุดชั้นใน และได้กู้เงินจำนวนประมาณ 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ (40,000 ดอลลาร์กู้จากพ่อแม่ของเขา และอีก 40,000 ดอลลาร์กู้จากธนาคาร) เพื่อนำมาสร้างเป็น "วิกตอเรียส์ซีเคร็ต" ร้านชุดชั้นในที่มีความประสงค์ให้ผู้ชายหรือสามีที่ต้องมาซื้อชุดชั้นในให้ภรรยานั้นไม่มีความเขินอายและรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

วิกตอเรียส์ซีเคร็ตทำยอดขายในปีแรกได้ประมาณ 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมากพอที่จะนำไปขยายสาขาเพิ่มได้อีกถึง 4 สาขา และได้มีการเปิดระบบรับสั่งสินค้าผ่านทางอีเมลขึ้นด้วย

ในปี ค.ศ. 1981 รอยได้ทำการเปิดวิกตอเรียส์ซีเคร็ตสาขาที่ 2 และ 3 ขึ้นในเมืองซานฟรานซิสโก และในปี ค.ศ. 1982 ก็ได้ทำการเปิดสาขาที่ 4 ขึ้นในเมืองซานฟรานซิสโกเช่นเดียวกัน

ในเดือนเมษายน ปี ค.ศ. 1982 วิกตอเรียส์ซีเคร็ตได้วางจำหน่ายแค็ตตาล็อกฉบับที่ 12 ในราคาฉบับละ 3 ดอลลาร์ โดยยอดขายที่ได้จากการขายแค็ตตาล็อกนั้นคิดเป็นร้อยละ 55 จากยอดขายทั้งหมด 7,000,000 ดอลลาร์สหรัฐในปีนั้น

ในปี ค.ศ. 1982 วิกตอเรียส์ซีเคร็ตมีสาขาเพิ่มขึ้นเป็น 6 สาขา และมียอดขายอยู่ที่ประมาณ 5,000,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี แต่จากความตั้งใจเดิมของรอยที่ต้องการจะเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าผู้ชายหรือสามีที่มาซื้อชุดชั้นในให้ภรรยานั้นเริ่มไม่ได้ผลตอบรับที่ดีเท่าที่ควร ทำให้บริษัทเริ่มมีปัญหาทางด้านการเงินและเสี่ยงจะล้มละลาย จนในที่สุดรอยก็ได้ตัดสินใจขายวิกตอเรียส์ซีเคร็ตให้กับ เลสลี เวกซ์เนอร์ จากบริษัทลิมิทิด ด้วยราคา 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[2][3]

ในปี ค.ศ. 1983 เลสลี เวกซ์เนอร์ ได้ทำการปรับปรุงวิกตอเรียส์ซีเคร็ตในรูปโฉมใหม่ จากเดิมที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นลูกค้าผู้ชายหรือสามี มาเป็นกลุ่มลูกค้าผู้หญิง[4] ทั้งการออกแบบ สไตล์ และสีสันของชุดชั้นใน ที่มีการปรับเปลี่ยนให้ดูเซ็กซี่ มีรสนิยม ดูหรูหราในแบบยุโรป เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการดึงดูดความสนใจของกลุ่มลูกค้าผู้หญิง[4] อีกหนึ่งกลยุทธ์คือการโกหกสถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของวิกตอเรียส์ซีเคร็ต ที่ได้พิมพ์ระบุที่อยู่ลงไปในแค็ตตาล็อกว่าสำนักงานใหญ่นั้นอยู่ที่กรุงลอนดอน ซึ่งเป็นที่อยู่หลอก ๆ เพราะความจริงแล้วสำนักงานใหญ่นั้นอยู่ที่เมืองโคลัมบัส รัฐโอไฮโอ[4] นอกจากนี้แล้ววิกตอเรียส์ซีเคร็ตยังได้ตกแต่งร้านใหม่ให้เป็นแบบอย่างอังกฤษในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ด้วย

ในปี ค.ศ. 1985 ฮาวเวิร์ด กรอสส์ ได้เลื่อนจากตำแหน่งรองประธานกรรมการ ขึ้นสู่ตำแหน่งประธานกรรมการของวิกตอเรียส์ซีเคร็ต[5]

นิตยสาร เดอะนิวยอร์กไทมส์ ได้รายงานถึงการขยายตัวอย่างรวดเร็วของวิกตอเรียส์ซีเคร็ต จาก 4 สาขาในปี ค.ศ. 1982 เพิ่มขึ้นเป็น 100 สาขาในปี ค.ศ. 1986 ซึ่งใช้เวลาเพียง 4 ปี โดยเหล่านักวิเคราะห์นั้นได้คาดการณ์ว่าวิกตอเรียส์ซีเคร็ตจะสามารถขยายสาขาได้เป็น 400 สาขา ภายในปี ค.ศ. 1988[6][7]

ในปี ค.ศ. 1987 แค็ตตาล็อกของวิกตอเรียส์ซีเคร็ตนั้นถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มของ "แค็ตตาล็อกที่ขายดีและได้รับความนิยม"[8] ในปี ค.ศ. 1990, นักวิเคราะห์ได้ประเมินถึงยอดขายของวิกตอเรียส์ซีเคร็ตที่เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วง 4 ปีหลัง ว่าเกิดจากการถูกพูดถึงและแนะนำกันแบบปากต่อปาก นั่นจึงทำให้วิกตอเรียส์ซีเคร็ตได้รับการจัดให้เป็นยี่ห้อหนึ่งที่มีการเติบโตที่รวดเร็วที่สุดในวงการธุรกิจ[9]

ในช่วงต้นของคริสต์ทศวรรษ 1990 วิกตอเรียส์ซีเคร็ตต้องเผชิญกับปัญหาเกี่ยวกับช่องว่างในการบริหาร เมื่อฮาวเวิร์ด กรอสส์ ประธานกรรมการของวิกตอเรียส์ซีเคร็ต ซึ่งเป็นผู้ที่พัฒนาวิกตอเรียส์ซีเคร็ตมาสู่การเป็นยี่ห้อชุดชั้นในแถวหน้า ได้ย้ายไปบริหารยี่ห้อที่ชื่อว่า แอลแบรนดส์ ซึ่งเป็นยี่ห้อย่อยของบริษัทลิมิทิด แต่ผลงานออกมาไม่เป็นที่น่าพึงพอใจ เพราะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร จึงกลายเป็นว่า ทั้งวิกตอเรียส์ซีเคร็ตและแอลแบรนดส์ต่างก็ประสบกับปัญหาด้วยกันทั้งคู่[10]

เกรซ นิโคลส์ ประธานกรรมการคนใหม่[11] ได้เข้ามาทำการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น[12] ซึ่งทำให้ผลกำไรของวิกตอเรียส์ซีเคร็ตค่อย ๆ ขึ้นอย่างช้า ๆ [10]

วิกตอเรียส์ซีเคร็ตได้เปิดตัว "มิราเคิลบรา" ซึ่งจำหน่ายในราคา 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีแรก แต่ก็ต้องเผชิญกับคู่แข่งนั่นคือซาร่า ลี จากยี่ห้อวอนเดอร์บรา ในปีต่อมา วิกตอเรียส์ซีเคร็ตจึงได้ใช้กลยุทธ์ใหม่นั่นคือการโฆษณาทางโทรทัศน์[13]

ในปี ค.ศ. 1998 มีการรายงานว่าวิกตอเรียส์ซีเคร็ตนั้นมีส่วนแบ่งการตลาดกับยี่ห้อเครื่องแต่งกายอื่น ๆ อยู่ที่ประมาณ 14 เปอร์เซนต์ อย่างไรก็ตามในปีเดียวกัน วิกตอเรียส์ซีเคร็ตมีรายรับ 3,500 ล้านดอลลาร์ลหรัฐ จากผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเครื่องสำอาง[14]

ในปี ค.ศ. 1999 วิกตอเรียส์ซีเคร็ตได้สร้างยี่ห้อย่อยขึ้นมา มีชื่อว่า "บอดี้ บาย วิกตอเรีย"[15]

วิกตอเรียส์ซีเคร็ตแฟชั่นโชว์ เป็นแฟชั่นโชว์ประจำปีของวิกตอเรียส์ซีเคร็ต ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งแฟชั่นโชว์ที่สำคัญและมีผู้รอชมทั่วโลก โดยวิกตอเรียส์ซีเคร็ตแฟชั่นโชว์นั้นถูกจัดขึ้นเพื่อใช้ในในการโปรโมตสินค้าโดยเฉพาะชุดชั้นในของวิกตอเรียส์ซีเคร็ต ซึ่งในแต่ละปีก็จะประกอบไปด้วยนางแบบชื่อดังระดับโลกที่เข้าร่วมเดินในแฟชั่นโชว์นี้

วิกตอเรียส์ซีเคร็ตแฟชั่นโชว์ครั้งแรกถูกจัดขึ้นในปี ค.ศ. 1995 โดยวิกตอเรียส์ซีเคร็ตแฟชั่นโชว์ในช่วงปี ค.ศ. 1995 - ค.ศ. 1998 นั้นจะยังไม่มีการถ่ายทอดให้ผู้ชมทางบ้านได้ชม ต่อมาในช่วงปี ค.ศ. 1999 - ค.ศ. 2000 จึงได้มีการถ่ายทอดออนไลน์ผ่านทางอินเทอร์เน็ต และในปี ค.ศ. 2001 จึงได้มีการถ่ายทอดทางโทรทัศน์จนถึงปัจจุบัน

สิ่งหนึ่งที่ทำให้วิกตอเรียส์ซีเคร็ตแฟชั่นโชว์มีผู้รอชมทั่วโลกนั่นก็คือการแสดงจากศิลปินชั้นนำระดับโลกที่ได้มาร่วมแสดงโชว์บนเวที อาทิ เลดี้กาก้า เทย์เลอร์ สวิฟต์, จัสติน บีเบอร์, เคที เพอร์รี, ริฮานนา, มารูนไฟฟ์, บรูโน มาร์ส, นิกกี มินาจ, เดอะวีกเอนด์, แบล็กอายด์พีส์, เอคอน, จัสติน ทิมเบอร์เลค, อัชเชอร์ และเจย์-ซี เป็นต้น และอีกส่วนที่เป็นสิ่งสำคัญที่จะขาดไม่ได้สำหรับวิกตอเรียส์ซีเคร็ตแฟชั่นโชว์นั่นก็คือปีกที่สร้างสรรค์ออกมาให้นางแบบได้ใส่ประกอบชุดในทุก ๆ ปี โดยแต่ละปีกนั้นจะถูกออกแบบให้เข้ากับแต่ละโชว์หรือเซกเมนต์ต่างกันไป

เป็นประจำในทุก ๆ ปี ที่วิกตอเรียส์ซีเคร็ตจะเลือกหนึ่งในนางฟ้าให้สวมใส่ "แฟนตาซีบรา" ซึ่งเป็นบราที่ทำจากอัญมณีต่าง ๆ ซึ่งแต่เดิมแฟนตาซีบราถูกผลิตขึ้นเพื่อถ่ายโฆษณาลงในแค็ตตาล็อกของวิกตอเรียส์ซีเคร็ตเพียงเท่านั้น แต่ว่าตั้งแต่ปี ค.ศ. 2001 เป็นต้นมา แฟนตาซีบราก็ได้ถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของวิกตอเรียส์ซีเคร็ตแฟชั่นโชว์ด้วย โดยก่อนที่จะถึงวิกตอเรียส์ซีเคร็ตแฟชั่นโชว์ในแต่ละปี วิกตอเรียส์ซีเคร็ตจะร่วมมือกับแบรนด์หรือนักออกแบบอัญมณีที่มีชื่อเสียง เพื่อทำการผลิตแฟนตาซีบรา ที่จะนำไปเป็นไฮไลท์สำคัญในแฟชั่นโชว์ของปีนั้น ๆ

ในปี ค.ศ. 2000 แฟนตาซีบราประจำปีนี้มีชื่อว่า Red Hot Fantasy Bra ได้รับการบันทึกไว้ในหนังสือบันทึกสถิติโลกกินเนสส์ว่าเป็นชุดชั้นในที่แพงที่สุดในโลกเท่าที่เคยมีมา โดยมีราคาอยู่ที่ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผู้ที่ได้รับเลือกให้สวมใส่คือ จิเซล บุนเชน[28]

ในปี ค.ศ. 2014 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของวิกตอเรียส์ซีเคร็ตที่มีการผลิตแฟนตาซีบราออกมา 2 ชุด มีชื่อว่า Dream Angels Fantasy Bras โดยมีผู้ที่ได้รับเลือกให้สวมใส่ 2 คน คือ เอเดรียนา ลิมา และ อเลสซานดรา แอมโบรซิโอ

"นางฟ้า" ของวิกตอเรียส์ซีเคร็ต คือกลุ่มนางแบบที่ได้เซ็นสัญญากับบริษัทและอยู่ในตำแหน่งพรีเซ็นเตอร์ของสินค้า นางฟ้าของวิกตอเรียส์ซีเคร็ตถูกก่อตั้งครั้งแรกในปี 1997 โดยมีดานิแอลา แป็ชโตวา, กาเริน มึลเดอร์, เฮเลนา คริสเตนเซน, สเตฟานี ซีมอร์ และไทรา แบงส์ เป็นนางแบบกลุ่มแรกที่เซ็นสัญญาเป็นนางฟ้าของวิกตอเรียส์ซีเคร็ต[29] และได้เปิดตัวบนรันเวย์ครั้งแรกในปี 1998 ซึ่งเป็นการจัดวิกตอเรียส์ซีเคร็ตแฟชั่นโชว์ครั้งที่ 4 โดยในครั้งนั้น เฮเลนา คริสเตนเซน ไม่สามารถมาร่วมเดินแบบได้ จึงให้แชนดรา นอร์ท สวมปีกเป็นนางฟ้าตัวแทน

ในปี 2007 นางฟ้าของวิกตอเรียส์ซีเคร็ต ได้ถูกรับเลือกเป็นหนึ่งใน "100 บุคคลที่สวยงามที่สุดในโลก" ในนิตยสารพีเพิล ของสหรัฐอเมริกา[30]

ในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2007 เหล่านางฟ้าของวิกตอเรียส์ซีเคร็ต ประกอบไปด้วยไฮดี คลุม, อาดรียานา ลีมา, อาเลซังดรา อังบรอซียู, เซลิตา อีแบงส์, กาโรลีนา กูร์โกวา, อิซาเบล โกลาร์ท, มิแรนดา เคอร์ และมาริซา มิลเลอร์ ได้รับการจารึกลงในฮอลลีวูดวอล์กออฟเฟม ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการจารึกเครื่องหมายการค้าลงบนฮอลลีวูดวอล์กออฟเฟม[31] นอกจากนั้นในปีเดียวกัน เหล่านางฟ้ายังติดอันดับนางแบบที่ทำรายได้มากที่สุดในโลกเช่นกัน[32]