การผ่าท้องทำคลอด

การผ่าท้องทำคลอด

หน้าสำหรับผู้แก้ไขที่ออกจากระบบ เรียนรู้เพิ่มเติม

การผ่าท้องทำคลอด (อังกฤษ: Caesarean section) หรือ ซี-เซกชัน (C-section) หรือ ซีซาร์ (Caesar) เป็นหัตถการทางศัลยศาสตร์กระทำโดยการผ่าที่บริเวณส่วนท้องของมารดา (ผ่าท้องและผ่ามดลูก) เพื่อให้ทารกในครรภ์คลอด มักทำเมื่อการคลอดทางช่องคลอดอาจเสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพหรือชีวิตของมารดาหรือเด็ก แม้ในปัจจุบันจะมีการผ่าท้องทำคลอดตามความประสงค์ของมารดามากขึ้น[1][2][3] องค์การอนามัยโลกแนะนำว่าอัตราการผ่าท้องทำคลอดควรทำต่อเมื่อมีความจำเป็นทางการแพทย์เท่านั้น[4] โดยปกติแล้วการผ่าท้องทำคลอดจะใช้เวลาประมาณ 45 นาทีถึงหนึ่งชั่วโมง[5]

การผ่าท้องทำคลอดมีหลายชนิด ความแตกต่างของแต่ละชนิดอยู่ที่แนวการผ่ามดลูกซึ่งไม่เกี่ยวกับรอยผ่าที่ผิวหนัง

การผ่าท้องทำคลอดควรทำต่อเมื่อการคลอดทางช่องคลอดอาจทำให้ทารกหรือมารดามีความเสี่ยง มิใช่ว่าภาวะที่ระบุไว้ด้านล่างทั้งหมดที่เป็นข้อบ่งชี้บังคับ และในหลายกรณีที่สูติแพทย์จะต้องตัดสินให้มารดาได้ผ่าท้องทำคลอดเป็นรายๆ ไป ข้อบ่งชี้ของการผ่าท้องทำคลอด เช่น

ภาวะแทรกซ้อนของการเจ็บครรภ์และปัจจัยที่ขัดขวางการคลอดทางช่องคลอด เช่น

ภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ของการตั้งครรภ์ ภาวะที่เกิดก่อนหรือเกิดร่วมกับการตั้งครรภ์ เช่น

มารดาของพระเจ้าพินทุสาร (เกิด พ.ศ. 223, ครองราชย์ พ.ศ. 246-270) ผู้เป็นจักรพรรดิพระองค์ที่ 2 แห่งราชวงศ์โมริยะ บังเอิญกินยาพิษและเสียชีวิตในขณะใกล้ถึงกำหนดคลอด จาณักยะผู้เป็นครูของพระเจ้าจันทรคุปต์ได้ตัดสินใจผ่าท้องของพระราชินีเพื่อรักษาชีวิตของทารกเอาไว้ จึงช่วยชีวิตของทารกผู้จะเติบโตมาเป็นพระเจ้าพินทุสารไว้ได้[7][8]

obstetric ultrasonography: Nuchal scan · Biophysical profile (Amniotic fluid index)

other imaging: Cardiotocography (Non-stress test) · Fetoscopy

challenge: Contraction stress test

การดึงทารกออก
ขณะทำผ่าท้องทำคลอด
เย็บมดลูกหลังจากทารกและรกคลอด
รอยผ่าคลอดชนิดตัดส่วนล่างของมดลูก หลังจากเย็บปิดด้วยลวด
แผลเป็นหลังการผ่าท้องทำคลอด 7 สัปดาห์ พบมีเส้นสีดำเรียกว่า linea nigra บนหน้าท้อง ของมารดาอายุ 31 ปี