เหตุวิลล์ สมิธ ตบหน้าคริส ร็อก

เหตุวิลล์ สมิธ ตบหน้าคริส ร็อก

หน้าสำหรับผู้แก้ไขที่ออกจากระบบ เรียนรู้เพิ่มเติม

งานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 94 ซึ่งถ่ายทอดสดเมื่อวันที่ 27 มีนาคม ค.ศ. 2022 จากดอลบีเธียเตอร์ในฮอลลีวูด มีเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทระหว่าง วิลล์ สมิธ ผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม และนักแสดงตลก คริส ร็อก ผู้ประกาศรางวัลสารคดียอดเยี่ยม

ก่อนประกาศรายชื่อผู้เข้าชิง ร็อกได้เล่นมุกเกี่ยวกับการโกนผมของเจดา พิงคิตต์ สมิท ภรรยาของสมิธโดยอ้างถึงภาพยนตร์เรื่อง จี.ไอ. เจน ซึ่งทั้งสมิธและภรรยาของเขาก็อยู่ในงานนั้นด้วย สืบเนื่องจากเหตุดังกล่าว สมิธได้เดินขึ้นไปบนเวทีและตบหน้าร็อก จากนั้นสมิธได้กลับมานั่งและตะโกนว่า "อย่าเอ่ยชื่อเมียฉันด้วยปากเน่า ๆ ของแกอีก"

ไม่กี่นาทีหลังเหตุการณ์ดังกล่าว สมิธได้รับรางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากบทโค้ชเทนนิส ริชาร์ด วิลเลียมส์ ในภาพยนตร์เรื่อง คิง ริชาร์ด ในสุนทรพจน์ตอบรับรางวัล สมิธวิงวอนต่อพระเจ้าที่เรียกร้องให้เขาทำ "สิ่งบ้า ๆ" ในนามของความรัก ต่อมาเขาได้ออกมาขอโทษร็อกและสถาบันศิลปะและวิทยาการภาพยนตร์แห่งสหรัฐผ่านทางอินสตาแกรมและเฟซบุ๊ก

คลิปเหตุการณ์ดังกล่าวแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดข้อวิจารณ์อย่างมากเกี่ยวกับ การดูถูกเหยียดหยาม, ความรุนแรง และเกียรติยศของครอบครัว[1][2][3][4][5] ปฏิกิริยาของสมิธถูกประณามจากคนดังหลายคน แม้ว่าบางคนจะสนับสนุนการกระทำเพื่อปกป้องภรรยาของเขา ผู้ชมอีกส่วนหนึ่งประณามทั้งมุขตลกของร็อกและปฏิกิริยาของสมิธ การทะเลาะวิวาทดังกล่าวทำให้ส่วนอื่น ๆ ของงานประกาศผลนั้น ไม่ได้รับการจดจำเทียมเท่า

สมิธลาออกจากสมาชิกสถาบันศิลปะและวิทยาการภาพยนตร์แห่งสหรัฐในวันที่ 1 เมษายน ปีเดียวกัน และในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา สถาบันฯ ได้ประกาศห้ามมิให้สมิธเข้าร่วมงานที่จัดโดยสถาบันเป็นเวลาสิบปี

ก่อนถึงพิธีมอบรางวัลปี 2022 พิธีประกาศผลรางวัลออสการ์ในช่วงปีหลัง ๆ มียอดจำนวนผู้ชมที่ต่ำ โดยเฉพาะงานออสการ์ในปี 2021 มีผู้ชมทางโทรทัศน์น้อยที่สุดเท่าที่เคยมีมา[6][7] เมื่อวันที่ 3 มีนาคม ค.ศ. 2022 สถาบันศิลปะและวิทยาการภาพยนตร์แห่งสหรัฐ ได้ประกาศให้ คริส ร็อก เป็นหนึ่งในผู้ประกาศผลรางวัล[8] ก่อนหน้านี้ร็อกเคยรับหน้าที่พิธีกรหลักในการประกาศรางวัลสองครั้ง ซึ่งรวมถึงในปี 2016 ที่นักแสดงหลายคนคว่ำบาตรงานนี้เนื่องจากขาดผู้ได้รับการเสนอชื่อชาวแอฟริกัน-อเมริกัน โดย เจดา พิงคิตต์ สมิท เป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมการคว่ำบาตร ซึ่งทำให้ร็อคแซวเธอในบทพูดเปิดงานของเขาว่า "ที่เจดาคว่ำบาตรออสการ์ก็คงเหมือนกับผมที่เคยคว่ำบาตรกางเกงในของริแอนนา นั่นทำให้ผมไม่ได้จดหมายเชิญไปร่วมงาน"[9]

เจดา พิงคิตต์ สมิท สมรสกับวิลล์ สมิธมาตั้งแต่ปี 1997 ในปี 2018 เธอเปิดเผยว่าตนมีอาการผมร่วงซึ่งอาจเกิดจากความเครียด[10] เธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคผมร่วงเป็นหย่อมจากภูมิต้านตนเอง และในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2021 เธอตัดสินใจโกนศีรษะจนหมด[11][12]

เมื่อคริส ร็อก ขึ้นไปบนเวทีเพื่อประกาศรางวัลสารคดียอดเยี่ยมในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 94 เขาได้พูดสั้น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการอ่านจากเครื่องเทเลพรอมพ์เตอร์ โดยร็อกแซวฆาบิเอร์ บาร์เดม และเปเนโลเป กรุซ ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลด้านการแสดง จากนั้นพูดติดตลกว่าบาร์เดมกำลัง "ภาวนาให้วิลล์ สมิธชนะ" เพราะทั้งสองได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม โดยสมิธและภรรยานั่งแถวหน้าสุดด้วยกัน จากนั้นร็อกก็เริ่มเล่นมุกตลกเกี่ยวกับการโกนหัวของเจดา พิงคิตต์ สมิท[13] โดยเปรียบเทียบกับตัวละครของ เดมี มัวร์ ในภาพยนตร์ "จี.ไอ. เจน"

คริส ร็อก: เจดา ผมรักคุณนะ จี.ไอ. เจน 2 ผมรอที่จะดูหนังเรื่องนี้ไม่ไหวแล้ว จริงไหม? [ผู้ร่วมงานหัวเราะ]

หลังจากการอ้างถึง จี.ไอ.เจน 2 ภาพการออกอากาศแสดงให้เห็นปฏิกิริยาของสมิธและภรรยา วิลล์ สมิธดูเหมือนจะหัวเราะและยิ้ม ในขณะที่เจดา พิงคิตต์ สมิท รู้สึกไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด จากนั้นมุมกล้องก็กลับมาที่ตัวร็อก

ร็อก: นั่นคงเป็นสิ่งหนึ่งที่เยี่ยมเลย โอเค ผมจะพูดเรื่องอื่นต่อละ [ร็อกเห็นสมิธเดินตรงมายังเขา] โอ๊ะโอ ริชาร์...

ร็อกยังหัวเราะอย่างต่อเนื่องในขณะที่สมิธเดินขึ้นไปบนเวทีแล้วตบหน้าร็อกโดยไม่ได้เอ่ยคำใด ๆ จากนั้นก็เดินกลับที่นั่งทันที ร็อกพูดต่อในขณะที่สมิธตะโกนออกมาจากที่นั่งโดยไม่มีไมโครโฟน[14]

คริส ร็อก: โอ้ ว้าว ว้าว [ร็อกผงกหัวและกระดกลิ้น] วิลล์ สมิธ เพิ่งตบขี้ปากของผมกระเด็นไปเลย [ผู้ร่วมงานหัวเราะ และร็อกกำลังจะพูดต่อ]

วิลล์ สมิธ: อย่าเอ่ยชื่อเมียฉันด้วยปากเน่า ๆ ของแกอีก [ผู้ร่วมงานเริ่มแสดงความประหลาดใจ]

ร็อก: ว้าว เพื่อนรัก

สมิธ: นั่นแหละ

ร็อก: มันก็แค่มุกจากหนัง จี.ไอ. เจน น่ะ

สมิธ: [ขึ้นเสียง] หยุดเอ่ยชื่อเมียกูด้วยปากสกปรก...ของมึง

ร็อก: ผมหยุดแน่ ใจเย็น ๆ ทำแน่นอน เย็นไว้นะ [หยุดพูดครู่หนึ่งและหันมองไปที่ข้างเวที] นี่คงเป็น...ค่ำคืนประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่บนจอทีวีแน่ ๆ โอเค [ผู้ร่วมงานหัวเราะ] โอเค

ระหว่างสุนทรพจน์ของสมิธในการรับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม เพียงสี่สิบนาทีหลังจากตบร็อก เขาได้ให้เหตุผลทางอ้อมกับการกระทำของเขาโดยผ่านบทบาทของริชาร์ด วิลเลียมส์ บิดาแห่งแชมป์เทนนิส เซรีน่า และ วีนัส วิลเลียมส์ ซึ่งเขาได้รับรางวัลจากการแสดงเป็นริชาร์ด — สมิธเอ่ยถึงริชาร์ด วิลเลียมส์ ในฐานะ "ผู้พิทักษ์ครอบครัวที่ดุดัน" ขณะกล่าวสุนทรพจน์ สมิธหลั่งน้ำตาขอโทษสถาบันและเพื่อนผู้ได้รับการเสนอชื่อสำหรับพฤติกรรมของเขา แต่ก็ไม่ได้ขอโทษร็อกในเวลานั้น[15] หลังสมิธกล่าวสุนทรพจน์ดังกล่าวจบก็ได้รับการให้เกียรติยืนขึ้นปรบมือจากผู้ชมในสถานที่จัดงาน[16] หลังจากงานประกาศรางวัลจบลง วิลล์ สมิธได้ออกมาขอโทษต่อคริส ร็อกผ่านอินสตาแกรม โดยแสดงความเสียใจและอึดอัดกับพฤติกรรมของตนเองในเหตุการณ์ดังกล่าว[17]

สถาบันศิลปะและวิทยาการภาพยนตร์แห่งสหรัฐ (AMPAS) ผู้จัดงานออสการ์ ออกแถลงการณ์ในวันรุ่งขึ้น ประณามการกระทำของสมิธและประกาศการพิจารณาอย่างเป็นทางการ[18] นอกจากนี้ สมาคมนักแสดงสหรัฐก็ออกแถลงการณ์ในทำนองเดียวกัน[19][20] AMPAS ได้พิจารณาตัดคลิปช่วงการเกิดเหตุวิวาทออกไป แต่ในที่สุดแล้วสถาบันฯ ก็มิได้ตัดเหตุการณ์นั้นออก[21] ทั้งนี้ ตามรายงานของกรมตำรวจลอสแองเจลิส คริส ร็อก ปฏิเสธที่จะยื่นฟ้องสมิธ[22]

ในวันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 2022 วิลล์ สมิธ ประกาศลาออกจากสมาชิกสถาบันศิลปะและวิทยาการภาพยนตร์แห่งสหรัฐ[23] นั่นหมายความว่าเขาจะไม่สามารถลงคะแนนเลือกผู้ชนะรางวัลออสการ์ในฐานะสมาชิกสถาบันฯ ได้อีก[24]

ปฏิกิริยาจากคนดังที่เข้าร่วมงานประกาศรางวัลมีหลากหลาย โดยทั่วไป มีการประณามสมิธสำหรับการใช้ความรุนแรง รวมถึงร็อกสำหรับเรื่องตลกไร้มารยาทต่อเจดา คนดังบางส่วน อาทิ นิกกี มินาจ, แดเนียล แรดคลิฟฟ์, แบรดลีย์ คูเปอร์, จอน วอยต์ และเดนเซล วอชิงตัน รู้สึกเห็นใจและเข้าใจต่อการกระทำของสมิธ[25][26][27][28] แต่อีกส่วนหนึ่ง อาทิ จัดด์ แอพะทาว, มีอา ฟาร์โรว์, ร็อบ ไรเนอร์, เควิน คอสต์เนอร์, มาร์ก แฮมิลล์ และจิม แคร์รีย์ เป็นต้น ปกป้องเรื่องตลกของร็อกว่าเป็นเสรีภาพในการพูด และว่าสมิธไม่ควรตบหน้าร็อก[29][30][31][32][33][34][35] ความเห็นบางส่วนกล่าวว่าเหตุการณ์นี้เป็นผลสืบเนื่องจากปัจจัยทางสังคม อาทิ ความรุนแรง, ความกล้า และภาวะความเป็นชายเป็นพิษ[36][37][38][39] นักวิจารณ์บางรายกล่าวว่าเหตุนี้เป็นการสร้างเรื่องเพื่อเรียกเรตติ้งให้กับงานที่มียอดผู้ชมตกต่ำในระยะหลัง[40] กระนั้น แหล่งข่าววงในของ AMPAS เปิดเผยว่าเหตุการณ์นี้เป็นไปโดยไม่มีใครคาดคิด และไม่มีการจัดฉากให้เกิดเหตุนี้มาก่อน[41]

เรื่องตลกของร็อกและการตอบสนองของสมิธ กลายเป็นกระแสไวรัลไปทั่วโลก คลิปเหตุการณ์ที่โพสต์โดยเดอะการ์เดียนที่ยูทูบ มีผู้ชมมากกว่า 60 ล้านครั้งภายใน 24 ชั่วโมง กลายเป็นวิดีโอออนไลน์ที่มียอดผู้ชมมากที่สุดใน 24 ชั่วโมงแรก[42][43]